บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 3 ต้อนรับ

ใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยตึกและอาคารที่มีความสวยงามและทันสมัย ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวขุ่นบางๆ โดยมีผู้คนสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าไม่มีกลางวันและกลางคืน ในเวลากลางคืนก็มีแสงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟนานับล้านดวงที่ส่องแสงสว่างไปทั่วทุกซอกทุกมุมของมุมตึก ซึ่งในวันนี้เองกวินและก้องภพจะต้องเข้ารายงานตัวกับสถานทูตเป็นวันแรก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก ขออนุญาต ครับ” เสียงปกรณ์เคาะประตูพลางร้องขออนุญาตเข้าห้อง “เชิญค่ะ” เสียงหญิง สาวที่อยู่ด้านในขานตอบ พร้อมเปิดประตูออกมารับ กวินและก้องภพเดินเข้ามาในห้องพร้อมยกมือไหว้แล้ว นั่งลงที่เก้าอี้ด้วยอาการที่สำรวม แล้วจ้องมองตากันต่างคนต่างเงียบ
สักพักปกรณ์ก็ลุกขึ้นยืน… “นี่ คือนักศึกษาทั้งสองคนที่ได้รับทุนมาเรียนต่อที่นี่ครับ” เสียงปกรณ์แนะนำกวินและก้องภพให้กับท่านทูตและเจ้าหน้าที่ทุกคนในห้องได้รู้จัก
“สวัสดีครับ ผมนายกวินเกียรติ กิตติสุนทร นักศึกษาที่สอบได้ทุนมาเรียนต่อที่นี่ครับ” กวินยืนขึ้นจากเก้าอี้พลางยิ้มและยกมือไหว้แนะนำตัว
“สวัสดีครับ ส่วนผม นายก้องภพ เลิศหิรัญกุล นักศึกษาที่สอบได้ทุนมาเรียนต่อที่นี่ เช่นเดียวกันครับ” ก้องภพยืนขึ้นแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่ดังและมั่นใจ พลางยืนยิ้มให้กับทุกคนในห้องอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีครับ ส่วนผม นายก้องภพ เลิศหิรัญกุล นักศึกษาที่สอบได้ทุนมาเรียนต่อที่นี่ เช่นเดียวกันครับ” ก้องภพยืนขึ้นแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่ดังและมั่นใจ พลางยืนยิ้มให้กับทุกคนในห้องอย่างเป็นมิตร
เมื่อเสร็จจากการรายงานตัว ทุกคนต่างแยกย้ายออกจากห้องประชุมด้วยความเร่งรีบ แล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานของใครของมัน
ส่วนกวินและก้องภพก็เดินออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนคนหมดแรงอย่างบอกไม่ถูก
“เฮ้อ!!! เกือบตายไหมเรา” เสียงก้องภพถอนหายใจแล้วพูดกับกวินด้วยสีหน้าที่หมดแรง
“เออ…อย่าบ่นเลยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่จะว่าไปการที่จะมาอยู่ต่างประเทศนี่ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิดเลยไว้เลยเนาะ” กวินพูดกับก้องภพพลางหัวเราะเยาะ…
ส่วนกวินและก้องภพก็เดินออกมาจากห้องประชุมด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนคนหมดแรงอย่างบอกไม่ถูก
“เฮ้อ!!! เกือบตายไหมเรา” เสียงก้องภพถอนหายใจแล้วพูดกับกวินด้วยสีหน้าที่หมดแรง
“เออ…อย่าบ่นเลยนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่จะว่าไปการที่จะมาอยู่ต่างประเทศนี่ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิดเลยไว้เลยเนาะ” กวินพูดกับก้องภพพลางหัวเราะเยาะ…
“คุณ คุณ คุณ” เสียงร้องของหญิงสาวดังมาจากทางด้านหลังของห้องประชุม
“ครับผม มีอะไรหรือเปล่าครับ” กวินและก้องภพร้องถามด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ตกใจ
“เปล่าๆ วันนี้ท่านทูตให้มาบอกว่าจะพาพวกคุณสองคนไปเลี้ยงอาหารเย็นที่บ้าน” เลขาท่านทูตพูดกับกวินและก้องภพพลางยิ้มแก้มปริและส่งสายตาให้ทั้งคู่ “ท่านบอกไม่ต้องเกรงใจ เลิกงานท่านจะให้คนไปรับที่ห้องพัก” เลาขาพูดย้ำอีกครั้ง พลางจับมือของทั้งสองขึ้นมาแล้วลูบเบาๆ เพราะดูท่าทางของกวินและก้องภพจะเกรงใจ…
ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องสว่างไปทั่วท้องถนน ราวกับตอนกลางวัน บ้านที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดกับห้างสรรพสินค้าชื่อดังของอังกฤษ ซึ่งประดับตกแต่งไปด้วยต้นไหม้ดอกไม้นานาชนิด ราวกับพระราชวังของเจ้าชายในการ์ตูน…
ในค่ำนี้กวินและก้องภพจะต้องมาทานอาหารเย็นกับครอบครัวของท่านทูตเป็นการส่วนตัว ซึ่งทั้งสองตื่นเต้น และดีใจ ที่ได้รีบเกียรติจากท่าน
“สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ” เสียงแม่บ้านพูดกับกวินและก้องภพด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พลางเปิดประตูบ้านให้แล้วพาเดิน ไปที่โต๊อาหาร “สวัสดีครับ” กวินและก้องภพไหว้ทักทายท่านทูตและภริยาด้วยท่าทางสง่าดูดี “สวัสดีจ้า เชิญนั่งๆ ลูก” เสียงภรรยา ท่านทูตขานรับพร้อมกับยืนขึ้นถอยเก้าอี้ให้กวินและก้องภพนั่งอย่างเป็นกันเอง “ขอบคุณครับ” ก้องภพและ กวินกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่เบาและท่าทางเกรงใจ “ไม่ต้องเกรงใจนะ ทำตัวสบายๆ จะได้ทานข้าวอร่อย” ท่านทูตพูดขึ้นพลางยิ้มให้ทั้งสอง…
เมื่อทุกคนรับประทานอาหารกันอิ่มหมดแล้ว ท่านทูตและคุณหญิงก็ได้ถามข่าวคราวความเป็นอยู่ของทั้งคู่ ซึ่งการพูดคุยเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ชื่นมื่นและอบอุ่น แบบไม่ถือตัวใดๆ ถึงแม้ว่าตระกูลของท่านจะเป็นถึงหม่อมราชวงศ์ก็ตาม ซึ่งบรรยากาศในบ้านราวกับจัดปาร์ตี้ขนาดเล็ก มีแสงไฟแสงเทียนบนโต๊ะส่องแสงระยิบระยับไปทั่วบริเวณบ้าน…
เวลาประมาณ 4 กว่าๆ กวินและก้องภพต้องขอตัวกลับห้องพัก
“ยังไงวันนี้พวกผมทั้งสองคนก็ขอขอบคุณ คุณท่านและคุณหญิงมากๆ นะครับ ที่ให้เกียรติเลี้ยงอาหารเย็นต้อนรับพวกผมสองในวันนี้” กวินกล่าวขอบคุณ ท่านทูตและคุณหญิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน…
“วินมึงว่าคุณท่านและคุณหญิง อยู่กันแค่สองคนไหม ว่ะ ทำไมบ้านของท่านดูใหญ่โตมโหฬารมากเลย” กล้องภพถามกวินด้วยความสงสัยพลางเอามือเกาที่หัวของตัวเอง แบบ งง งง “ก็ไม่รู้สิ ใครจะไปรู้ละ มึงกับกูก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” กวินตอบกลับก้องภพแบบกวนๆ ด้วยอารมณ์ขบขัน แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถ ที่ท่านทูตให้คนงานเตรียมไว้เพื่อจะไปส่ง
เมื่อทั้งคู่ถึงห้องพัก…
“เอ้ย ไอ้ วิน มหาวิทยาลัยของมึงกว่าจะเปิดอีกตั้งนานมึงจะอยู่ห้องเฉยๆ หรอว่ะ เบื่อแย่ ” ก้องภพถามกวินพลางนอนเล่นโทรศัพท์มือถือบนที่นอน “ไม่หรอกมึง กูว่าจะไปหาทำงานพาสไทม์ลองดู ว่ะ กว่าจะเปิดเรียนคงได้เงินไว้ใช้บ้าง” กวินร้องตอบก้องภพในขณะที่กำลังแบกตะกร้าเสื้อผ้าอยู่หลังห้องเพื่อที่จะเอาไปเก็บไว้ในตู้
“กูก็อยากทำนะเว้ย… แต่กูเปิดเรียนก่อนมึงนะสิ แล้วที่สำคัญเราต้องแยกกันอยู่ด้วยเพราะมหาวิทยาลัยเราไกลกัน” ก้องภพพูดกับกวินด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ ซึ่งทั้งคู่ต้องแยกจากกัน เพื่อไปเรียน เพราะกวินและก้องภพสอบได้ทุนคนละมหาวิทยาลัย
“แล้วมึงจะไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยวันไหนว่ะ” กวินถามก้องภพในขณะที่มือก็กำลังจัดเสื้อผ้าเข้าตู้“มะลืน นี้ละมึง แม่ง!!! กูยังไม่อยากไปเลยว่ะ กูยังไม่พร้อมจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ก้องภพตอบกวินด้วยน้ำเสียงกวนๆ และหัวเราะพลางนอนเล่นโทรศัพท์ไปด้วย
“เออ ไม่เป็นไรหรอก มึงค่อยแวะมาเล่นกับกูละกัน” กวินตอบก้องภพ…
“อืด อืด อืด อืด…” เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของกวิน
“ฮัลโหล ไอ้ วิน กูมาถึงที่พักแล้วนะ” ก้องภพวีดีโอคอลมาหากวินเมื่อตัวเองเดินทางไปถึงที่หมาวิทยาลัยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม โดยมีเพื่อนใหม่โผล่หน้าเข้ามาในโทรศัพท์ด้วย
“เอ้ย วิน กูมีเพื่อนใหม่แล้วนะ อิจฉาไหมละ” ก้องภพพูดหยอกกวินด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนานและยิ้มหัวเราะตลอดเวลา “ถ้ามึงเบื่อมึงมาเล่นกับกูได้นะ” ก้องภพตะโกนบอกกวินก่อนที่สายจะหลุดไป
“เอ้ย วิน กูมีเพื่อนใหม่แล้วนะ อิจฉาไหมละ” ก้องภพพูดหยอกกวินด้วยน้ำเสียงที่สนุกสนานและยิ้มหัวเราะตลอดเวลา “ถ้ามึงเบื่อมึงมาเล่นกับกูได้นะ” ก้องภพตะโกนบอกกวินก่อนที่สายจะหลุดไป
Cr.สวยคม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น