วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยาย เรื่องบัลลัลก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 12 เข้าใจ

นวนิยาย เรื่องบัลลัลก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 12 เข้าใจ


ปรณ์ตัดสินใจที่แก้ปัญหาทุกอย่างด้วยการพูดคุยและทำความเข้าใจกับครอบครัว ถึงแม้ความรักที่ปกรณ์มี ให้กวินนั้นเป็นความรักที่หลายคนยากที่จะเข้าใจ และหลายครอบครัวยากที่จะยอมรับ แม้กระทั่งครอบครัว ของปกรณ์เองที่ไม่อาจจะยอมรับได้ หากลูกชายนั้นจะต้องรักและแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันเอง เพราะฐานะ และสถานภาพทางสังคมที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งปกรณ์เองไม่เคยมองถึงเรื่องที่ว่าครอบครัวตนเองนั้นเป็นหม่อมเจ้าแต่อย่างไร เพราะปกรณ์มองว่าความรักคือการเข้าใจกันระหว่างคนสองคน ความรักเกิดจากดูแล เอาใส่ ไม่ใช่สถานภาพทางสังคมที่มีความแตกต่างกัน

แม่ครับ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นผมรู้เรื่องหมดแล้วนะ วันนี้ที่ผมบินกลับมาจากเมืองไทยผมแค่จะมาเล่ามาอธิบายเรื่องทั้งหมดให้แม่กับพ่อฟัง
ปกรณ์พูดกับพ่อและแม่ด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและสั่นเครือพลางก้มลงกราบที่เท้าเพื่อที่จะขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นและปรับความเข้าใจกัน

ปกรณ์ พ่อเข้าใจนะลูก ว่าความรักมันเป็นอย่างไร พ่อก็เคยเป็นหนุ่มมาก่อน พ่ออยากให้หนูนะใจเย็นๆ พ่อไม่ได้กีดกั้นหรือห้ามอะไร แต่พ่ออยากให้หนูมีเหตุผลมากกว่านี้
พ่อของปกรณ์พูดปลอบลูกชายพลางยื่นมือลงไปลูบที่หัวแล้วก็ดึงลูกชายนั้นขึ้นมากอด ทั้งคู่กอดกันพูดกันน้ำตาแห่งความเป็นพ่อกับลูกที่กลับมาเจอกันมันไหลล้นออกมา

แม่ครับ ผมขอโทษนะ แต่ที่ผมทำไปทั้งหมดเพราะผมรักเขานะปกรณ์พูดกับแม่ทั้งน้ำตาพลางเข้ากอดแต่ด้วยความคิดถึง
“แม่ไม่ได้อยากทำนะลูก แต่ที่แม่ทำไปก็เพื่ออนาคตของหนูเอง แม่ก็ต้องขอโทษหนูด้วยนะที่ทำกับวินเขาเกินไปคุณหญิงพจนีผู้เป็นแม่พูดกับลูกชายพร้อมกับเอามือเช็ดน้ำตาตัวเองเพราะรู้สึกผิดที่ได้กลั่นแกล้งกวินจนต้องได้หนีกลับเมืองไทย

แม่ครับ พ่อครับ ความรักที่ผมมีให้วินเป็นความรักที่ปกติเหมือนคนทั่วไปนะ ถึงแม้นจะไม่ใช่ผู้ชายกับผู้หญิง แต่ความรักที่เรามีให้กันเป็นความรักที่มาจากใจ เราพร้อมที่จะดูแลกัน พ่อกับแม่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะอายหรือนำเรื่องไม่ดีมาสู่วงตระกูลนะครับ ผมรับรองได้” ปกรณ์พูดกับพ่อและแม่เพื่ออธิบายและปรับความเข้าใจเพราะในใจหวังว่าพ่อกับแม่จะเข้าใจและยอมให้ตนเองนั้นคบหากับกวินต่อ

ปกรณ์ เครื่องเพชรที่แม่เอาไปฝากร้านเขาทำความสะอาดนะ ที่มันหายแม่รู้แล้วนะว่ากวินไม่ได้ขโมย
จริงหรอครับแม่
จริงนะสิ ตำรวจพึ่งโทรมาแจ้งว่าจับคนร้ายได้แล้ว

เมื่อปกรณ์ยอมกลับมาเพื่อปรับความเข้าใจกับครอบครัวที่อังกฤษ เรื่องทุกอย่างก็เหมือนจะดีขึ้น คุณหญิงพจนีก็รู้ความจริงว่าขโมยเครื่องเพชรไม่ใช่กวิน ส่วนท่านทูตก็จะให้ปกรณ์นั้นกลับไปรับกวินมาเรียนต่อที่นี่ เพื่อจะทำให้กวินนั้นได้เดินตามฝันของตนเองเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ครอบได้ทำกับกวิน

ปกรณ์พ่อกับแม่ ไม่ได้คิดอะไรแล้วนะหนูทำตามใจหนูเถอะ

จริงหรอครับพ่อ พ่อไม่ได้พูดเล่นใช่ไหมกวินร้องถามพ่อด้วยความดีใจ

จริงนะสิ พ่อคุยกับแม่เค้าหมดแล้ว ความรักมันไม่สามารถห้ามกันได้หรอก ความรักมันอยู่ที่คนสองคนต่างหาก ความรักไม่สามารถแบ่งชนชั้นวรรณะได้มันต้องเกิดจากความเข้าใจซึ่งกันและกันท่านทูตพูดกับกวินพลางยื่นมือเข้าไปตบที่ไหล่ของกวินเบาๆ

แม่ก็เข้าใจละ ลูก หนูรีบไปบอกกวินเหอะ ว่าพ่อกับแม่จะกลับไปรับเขามาเรียนที่นี่เองคุณหญิงพจนีพูดกับลูกชายพร้อมกับโผเข้ากอด

เมื่อเรื่องทุกอย่างเข้าใจกัน

ฮัลโหล วินพ่อกับแม่ผมท่านเข้าใจแล้วนะ ท่านจะไปรับคุณมาเรียนที่นี่ปกรณ์โทรบอกกวินด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ตัวเองนั้นจะได้คบกับกวินต่อ คุณอย่าปฏิเสธนะปกรณ์พูดทิ้งท้ายก่อนที่จะวางสาย

2 วันต่อมา เมื่อปกรณ์พร้อมกับพ่อและแม่เดินทางมาจากอังกฤษเพื่อที่จะมารับกวินไปเรียนและเพื่อจะมาขอโทษทางครอบครัวของกวินที่คุณหญิงพจนีนั้นได้กระทำด้วย

เมื่อถึงบ้านของกวิน

สวัสดีครับท่าน สวัสดีครับคุณหญิงกวินกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้ท่านทูตและคุณหญิงที่เดินทางมาพบตนเองและครอบครัวถึงที่บ้าน

สวัสดีจ๊ะ คุณหญิงตอบพร้อมยกมือขึ้นรับไหว้

ฉันต้องขอโทษหนูและครอบครัวด้วยนะที่เข้าใจมาตลอดว่าหนูเป็นคนไม่ดี

ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดท่านทั้งสองแต่อย่างใดครับ กวินพูดกับคุณหญิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับก้มหน้า

งั้นหนูให้อภัยฉันได้ไหมคุณหญิงพจนีถามพร้อมกับเดินเข้าไปหากวินก่อนที่โอบกอดแล้วร้องไห้

ผมให้อภัยครับกวินติบพลางร้องไห้เอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา

เมื่อคุณหญิงพจนีพูดกับกวินเสร็จก็เดินไปหาพ่อกับแม่ของกวินเพื่อขอโทษ

ฉันต้องขอโทษพ่อกับแม่ของกวินด้วยนะกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยนะคุณหญิงพูดพร้อมกับยกมือขึ้น ไหว้ขอโทษพ่อกับแม่ของกวิน 

ไม่เป็นไรๆๆ ครับ/ค่ะพ่อกับแม่ของกวินรับลุกขึ้นจับมือคุณหญิงเพราะไม่อยากให้คุณหญิงนั้นไหว้ตนเอง
เราทั้งเข้าใจดี พ่อกับแม่ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องห่วงลูก แต่เรื่องความรักมันห้ามกันไม่ได้

เมื่อทุกคนพูดปรับความเข้าใจกันเสร็จปกรณ์และกวินก็ได้พาทั้งสองครอบครัวไปทานข้าวที่ร้านอาหารเหนือ เพราะคุณหญิงกับท่านทูตบอกว่าอยากมาทานอาหารเหนือด้วย

……….ในขณะที่กวินพาทั้งสองครอบครัวมาทานข้าวก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ฮัลโหล วินได้ข่าวว่ามึงจะกลับมาเรียนที่อังกฤษใช่ไหม กูดีใจด้วยนะ เราจะได้มาอยู่ด้วยกันอีก” 
ก้องภพเพื่อสนิทของกวินโทรมาถามข่าว เพราะก้องภพได้ข่าวจากลิสาเพื่อนสนิทของปกรณ์ที่เป็นคนบอกว่าปกรณ์และกวินจะกลับไปต่างประเทศ

ก็คงอย่างงั้นแหละ กูก็อยากทำตามความฝันของกู แต่กูคงจบช้ากว่ามึงว่ะกวินตอบปกรณ์ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงพร้อมกับหัวเราะ

เออ มึงงั้นกูทานข้าวก่อนนะ กูพาครอบครัวคุณปกรณ์มาทานข้าวกวินตอบก้องภพก่อนที่จะวางสาย
…………..

ในที่สุดความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กันก็เป็นบทพิสูจน์ว่า ความแตกต่างทางสังคมนั้นไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคที่จะทำให้ทั้งสองนั้นต้องพรากจากกัน ขอเพียงแค่ความรักนั้นเกิดจากความเข้าใจทั้งสองฝ่ายก็เพียงพอแล้ว
Cr.สวยคม




นวนิยายเรื่องบัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 11 ตาม

นวนิยายเรื่องบัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 11 ตาม



                “เปิ้ง เปิ้งเสียงเคาะประบ้านราวกับว่าบ้านนั้นจะพัง

                ชายชุดดำ 2 คนบุกมาที่บ้านของกวินในขณะที่พ่อกับแม่ของกวินนั้นออกไปไร่องุ่นตั้งแต่เช้ามืด มีแค่เดือนน้องสาวที่เฝ้าบ้านอย่ากับคนงานอีก 3 คน เมื่อสิ้นเสียงเคาะประตู เดือนก็ให้แม่บ้านออกไปเปิดดูว่าเป็นใคร ในขณะที่แม่บ้านเปิดประตูออกก็ได้เจอกับชายชุดดำที่แต่งตัวคล้ายกลับมือปืน มีหนวด มีเครา ใส่แว่นตำดูน่ากลัว

               “นี่ มันใช่บ้านเจ้าของไร่องุ่นอุ่นรักไหมชายชุดดำร้องถามแม่บ้านด้วยน้ำเสียงและอารมณ์ที่โมโห

               “เออใช่จ๊ะ แล้วคุณมาหาใครแม่บ้านตอบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และพลางยืนก้มหน้า

               “ไอ้กวิน มันอยู่ไหนบอกมาเสียงพูดของชายชุดดำอีกคนพูดแทรกขึ้นมา

               “ไม่ทราบ ค่ะ ฉันไม่ทราบจริงๆแม่บ้านตอบพร้อมกับร้องตะโกนดังไปทั่วบ้าน จนกระทั่งเดือนน้องสาวของกวินเดินมา

               “พวกคุณมาใครค่ะ นี่มันบ้านคนไม่ใช่ตลาดจะได้มาแหกปากอยู่ได้เสียงของเดือนที่ร้องออกมาถามในขณะที่กำลังเดินมาจากในบ้าน

              เมื่อชายชุดดำพยายามถามหากวินแต่กลับไม่ได้คำตอบว่ากวินอยู่ที่ไหน ทั้งสองจึงอุ้มเดือนขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตาแม่บ้านทั้ง 3 คน เดือนขณะอยู่ในรถชายชุดดำก็พยายามถามอีกว่ากวินอยู่ไหนแต่ก็ไม่ได้คำตอบ ทั้งสองจึงจับเดือนไว้เพื่อที่จะใช้เป็นตัวประกันแลกกับคำตอบว่ากวินอยู่ไหน ตามคำสั่งที่คุณหญิงพจนีได้สั่งไว้

              “คุณจะจับไปไหนเดือนร้องถามด้วยน้ำเสียงที่แข็ง
              “ไม่บอก จนกว่าแกจะบอกว่าไอ้กวินกับคุณปกรณ์อยู่ที่ไหนเสียงชายชุดดำคนที่ขับรถพูดขึ้น

             “พี่วินไปทำไรให้พวกแกเดือนถามทั้งๆ ที่มือนั้นโดนมัดอยู่
             “อย่าพูดมากบอกมา ไม่งั้นฉันจะฆ่าแกทิ้งสะเสียงพูดดังมาจากทางด้านข้าง

              ด้วยความตกใจของแม่บ้านไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อเห็นเดือนนั้น ถูกจับขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา เมื่อทั้งหมดตั้งสติได้ ก็รีบโทรไปบอกกวินทันทันที

              “ฮัลโล คุณกวินคะ คุณเดือนถูกจับตัวไปค่ะเสียงของแม่บ้านพูดกับกวินด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ
เมื่อกวินได้ยินเช่นนั้น ก็รีบเอาเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้ปกรณ์ฟัง เพราะยังไงตนก็คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นฝีมือของพี่สาวและแม่ของปกรณ์อย่างแน่นอน

               “คุณครับๆ เดือนถูกจับตัวไปกวินพูดกับปกรณ์ด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบและหมดแรง เพราะตนเองนั้นวิ่งจากไร่องุ่นมายังห้องพัก
                “ห่ะอะไรนะ เดือนถูกจับตัวไปปกรณ์ร้องดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ตกใจ
ใช่ครับ
               “ฝี่มือคุณแม่อีกแน่นอนเลยปกรณ์พูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนจับโทรศัพท์

                เมื่อปกรณ์ทราบเรื่องว่าเดือนถูกจับตัวไป ปกรณ์จึงรีบวิ่งไปที่รถของพ่อกวินโยทันโดยมีกวินวิ่งตามมาด้วยเพื่อที่จะกลับเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อถามถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร

               “เอี๊ยก…” เสียงรถที่ปกรณ์และกวินขับมาจอดตรงหน้าบ้าน
กวินรีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านทันทีป้าครับๆๆ เกิดอะไรขึ้น
     
                คุณวินค่ะ คุณเดือนถูกจับตัวไปค่ะ เขามาถามหาคุณวินแต่ป้าและคุณเดือนบอกไม่อยู่ ไม่รู้อยู่ไหน เขาก็ไม่ฟัง พูดเสร็จเขาก็จับคุณเดือนขึ้นรถไปเลยค่ะแม่บ้านเล่าให้กวินฟังด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ
               “วิน เดี๋ยวไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง ปกรณ์พูดกวินด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและพร้อมกับเอามือจับไปที่บ่าของกวินพร้อมโผเข้ากอดกวินอย่างเต็มแรง ทั้งคู่ร้องไห้ซบไหล่กัน ปกรณ์ก็ได้เอามือเช็ดน้ำตาให้กวินแล้วพูดปลอบใจ

              ด้วยความรักที่ปกรณ์นั้นมีให้กวินแต่ทางครอบครัวนั้นไม่ยอมรับ ทำให้ปกรณ์นั้นต้องตัดสินใจที่จะหยุดเรื่องทุกอย่างไว้ เพื่อไม่ให้กวินและคนที่บ้านนั้นเดือดร้อนอีกต่อไป

Cr.สวยคม







นวนิยาย เรื่องบัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 10 หนี

นวนิยาย เรื่องบัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 10 หนี


                    “โปรดทราบ เครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 219 ซึ่งเดินทางมาจากกรุงลอนดอนได้มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว ขอบคุณครับเสียงของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินประกาศให้ผู้โดยสารทราบ ว่าเครื่องพร้อมที่จะลงจอดแล้ว

                   เมื่อปกรณ์ตัดสินใจที่จะหนีจากครอบครัวเพื่อตามมาอยู่กับกวินคนรักที่ประเทศไทย จึงตัดสินใจลาออกจากงานแล้วได้พากันหนีออกจากบ้านที่กรุงลอนดอนแล้วกลับมาที่เมืองไทย โดยปกรณ์นั้นให้ลิสาเพื่อนสนิทช่วยโกหกคุณหญิงพจนีช่วย

                  “ฮัลไหล ฮัลโหล แม่ครับวินกลับมาเมืองไทยนะเมื่อกวินเดินลงมาจากเครื่องจึงรีบโทรหาแม่ในทันที
                  “อ้าว!! มายังไงลูกเสียงแม่ของกวินดังออกมาจากโทรศัพท์ด้วยความตกใจ

เดียววินเล่าให้ฟังครับ กวินตอบแม่ด้วยความเร่งรีบ

                    ความงามของหุบเขาและธรรมชาติที่สวยงามของดอยสุเทพ เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวชอบไปเที่ยว โดยเฉพาะสวนองุ่นและสวนส้มที่พ่อและแม่ของกวินได้ปลูกเอาไว้บนพื้นที่ของตนเอง ซึ่งพ่อของกวินจะเป็นนอนเฝ้าสวนกับคนงานอีกหลายๆ คน ซึ่งในวันนี้เองกวินได้พาปกรณ์มาพักที่ไร่องุ่น เพราะกวินเองกลัวว่าคุณหญิงพจนีจะตามมารังแกตนอีกหากตนพักอยู่ที่บ้าน

                “วันนี้ผมจะพาคุณไปพักที่ไร่องุ่นนะ  คุณ OK ไหม
                กวินบอกปกรณ์ด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าๆ เพราะกลัวว่าคุณชายอย่างปกรณ์นั้นจะอยู่ไม่ได้เพราะไม่มีแอร์ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ มีแต่พัดลมและอาหารพื้นบ้าน

                “ผม OK ผมอยู่ได้หมดแหละ ไม่ต้องเป็นห่วงปกรณ์ตอบพลางอมยิ้มและส่งสายตาไปที่กวิน  
จากนั้นกวินเดินลากมือปกรณ์เข้าไปในห้องพัก ที่เป็นห้องพักของตนเองครั้งเมื่อมาอยู่ที่ไร่ ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ มีห้องน้ำในตัว

               “วันนี้เรานอนที่นี่ก่อนนะครับกวินพูดกับปกรณ์ในขณะที่ตัวเองนั้นนอนอยู่บนตักของปกรณ์ ส่วนปกรณ์เมื่อเห็นกวินทำท่าแบบนั้น จึงได้ใช้มือลูบไปที่หัวเบาๆ  พร้อมตอบ ได้ครับ ผมอยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่มีคุณ
ทั้งคู่ใช้ชีวิตช่วงเวลาหนึ่งอยู่ที่ไร่องุ่นอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องระแวงว่าใครจะมาทำร้าย หรือกลั่นแกล้ง
เมื่อทั้งคู่มีความสุขได้ไม่นานก็เกิดเรื่องต่างๆ ตามมาไม่เว้นในแต่ละวัน เมื่อปกรณ์เข้ามาในชีวิตของกวินในช่วงที่อยู่เมืองไทย ทำให้ครอบครัวของกวินนั้นไม่มีความสุขเลย เหมือนมีคนคอยติดตาม คอยจับผิดอยู่ตลอดเวลา

             “วินแม่ว่าบ้านเราพักนี้มีแต่เรื่องนะลูกแม่กวินพูดกับลูกชายด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดพร้อมกับเอามือกุมขมับขณะที่กำลังนอนเล่นอยู่บนโซฟาในบ้าน

              “ยังไงครับ แม่ กวินหันหน้าร้องไปถามแม่ด้วยความสงสัยและสีหน้าที่ตกใจ พลางเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ

              “คืน พักนี้ เหมือนมีคนคอยจับผิดที่บ้านเรานะแม่ตอบกวินพลางเอนตัวลุกขึ้นนั่งจากโซฟา

             
กวินเมื่อฟังคำที่แม่เล่าให้ฟัง ก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เป็นฝีมือของคุณหญิงอย่างแน่นอน เพราะเชื่อว่าอย่างไรก็ตามคนอย่างคุณหญิงพจนี ไม่ยอมเลิกราต่อตนเองอย่างง่ายๆ แน่นอน เพราะเธอทำได้ทุกอย่าง
กวินตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเองให้ปกรณ์ฟัง เพื่อที่จะได้หาทางออกเพราะกวินเองก็ไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนเพราะตนอีกต่อไป
จนกระทั่ง….

Cr.สวยคม






บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 9 เลือก


           บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 9 เลือก


                เมื่อกวินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ปกรณ์ฟัง ความจริงทุกอย่างก็ถูกเปิดเผย ที่ผ่านมากวินถูกแม่ของปกรณ์นั้นกลั้นแกล้ง โดยจับตัวไปไว้ที่เกาะแล้วกลั่นแกล้งต่างๆ จนกวินนั้นได้รับบาดเจ็บและเข้าโรงพยาบาล โดยมีคนได้ช่วยกวินไว้และพามาส่งที่โรงพยาบาล

                “ทำไมแม่ต้องทำแบบนี้ด้วยปกรณ์พูดคนเดียวพลางก้มหน้า พร้อมกับกุมมือกวินไว้

                “ผมต้องคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง ชีวิตคนทั้งคนทำอย่างงี้ได้ยังไงปกรณ์พูดกับกวินด้วยน้ำเสียงที่โมโห

                “ไม่เป็นหรอก รอดมาได้ก็ดีแล้วกวินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ พร้อมกับเดินเข้าไปในพักของโรงพยาบาล

           จู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ขึ้น เมื่อคุณหญิงพจนีเธอเดินทางมาที่โรงพยาบาลเพื่อบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ ให้แก่โรงพยาบาล ทันใดนั้นสายตาของเธอก็มองไปเห็นปกรณ์ผู้เป็นลูกชายกำลังเดินตามผู้ป่วย ซึ่งเธอสงสัยว่าลูกชายมาทำอะไรที่โรงพยาบาล เธอจึงตัดสินใจเดินตามเข้าไปดู

           “ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงคุณหญิงพจนีกำลังเคาะประตูของห้องพักผู้ป่วยหมายเลข 119
เมื่อเสียงเคาะประตูเงียบลงก็ยังไม่มีใครเดินออกมาเปิดให้ เธอจึงตัดสินใจเปิดเข้าไปด้วยความสงสัย

            “ว๊าย ว๊าย ว๊าย !!! มันคืออะไรเสียงของคุณหญิงพจนีร้องดังลั่นเมื่อเปิดประตูเข้าไปข้างในห้องพักผู้ป่วย
เพราะสิ่งที่เธอเห็นนั้นเป็นภาพที่ลูกชายของเธอกำลังโอบกอดอยู่กับกวินพร้อมกับท่ากำลังจะจูบกัน

            “เฮ้ย!!! แม่มาได้ไงครับปกรณ์หันหน้าร้องถามแม่ด้วยความตกใจ
ในขณะที่กวินนั้นทำตัวไม่ถูก เพราะกลัวว่าคุณหญิงพจนีนั้น จะกลั่นแกล้งเธออีก แต่ด้วยความที่กวินไม่ได้คิดอาฆาตหรือคิดอะไร ก็ได้ยกมือขั้นไหว้พร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย

             “สวัสดีครับ คุณหญิง
             “เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบ สิ่งที่เธอกำลังทำเสียงพูดที่ดูโกรธมากของคุณหญิงพจนี ที่กำลังต่อว่ากวิน

แม่ครับ ทำไม แม่ต้องทำแบบนี้ด้วย ผมรู้ความจริงหมดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นปกรณ์พูดกับแม่ด้วยน้ำเสียงที่โกรธเคือง พร้อมกับท่าทางที่ไม่พอใจ

              “เกิดอะไรขึ้น ยังไงเสียงคุณหญิงพจนีร้องดังขึ้นเหมือนกับจะปฏิเสธว่าเรื่องที่ปกรณ์พูดนั้นไม่เกี่ยวกับตัวเอง

“คุณใจเย็นๆ ค่อยๆคุยกับแม่ดีๆ” กวินพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ รู้สึกผิดเหมือนเป็นตัวต้นเหตุให้ปกรณ์กับแม่ต้องมาทะเลาะกัน

            “หุบปากไป เพราะแกแหละถึงให้ฉันกับลูกต้องมาทะเลาะกันแบบนี้” คุณหญิงพจนีก็ยังไม่รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างไร

             “แม่ กล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง เพราะแม่นั้นแหละ” ปกรณ์พูดดังขึ้นด้วยน้ำเสียงโมโหเสียงแข็ง

            “ฉันให้แกเลือก ระหว่างแม่กับมัน” คุณหญิงพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปทางกวิน ให้เลือกระหว่างคุณหญิงพจนีกับกวินว่าจะเลือกใคร กับท่าทีที่มั่นใจว่ายังไงก็ต้องเลือกตน

            “ขอโทษนะแม่” ปกรณ์พูดขึ้นพร้อมกับจูงมือของกวินเดินออกจากห้องพักไป

คุณหญิงพจนีได้แต่ยืนงง ว่าลูกทำไมไม่เลือกตัวเอง โวยวายแล้วชี้นิ้วไปทางกวินกับปกรณ์ที่เดินจูงมือกันไปต่อหน้าต่อตา เพราะเลือกที่จะอยู่กับแฟนมากกว่าผู้เป็นแม่










บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 8 ป่วยกายป่วยใจ

บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 8 ป่วยกายป่วยใจ



            แสงไฟสีขาวสว่างแสบตา ผมใช้เวลาปรับสายตาเพียงครู่ก็สามารถมองบรรยากาศรอบตัวได้เต็มที่.. ..ที่นี่...คงเป็นโรงพยาบาลสินะ เตียงคนไข้ค่อนข้างจะหรูหราราคาแพง ทันใดฝ่ามืออุ่นๆ ก็มาแนบที่หน้าผาก

             “What are your symptoms ? ” หมอถามกวินอาการคุณเป็นอย่างไรบ้าง
            I feel better.” กวินตอบหมอไปว่าอาการผมดีขึ้นแล้วครับ

            ภายในห้องพักไข้ผู้ป่วยสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ กวินได้แต่นอนอยู่บนเตียงคนไข้อย่างเซ็งๆ เบื่อๆ จะไม่ได้เซ็งได้ไง มีแต่นอนอยู่ในห้อง อยากออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่โดนคุณหมอสั่งห้ามให้รอดูอาการก่อน
กวินนอนอยู่โรงพยาบาลมาหลายคืนแล้ว จะเดินหรือไปไหนมันช่างลำบากยากเข็ญเหลือเกิน อีกทั้งโดนเจาะแขนให้น้ำเกลือ แค่จะเข้าห้องน้ำแต่ละทียังต้องให้ปกรณ์พาไป กวินนอนพลิกตัวไปมาเหมือนกับเบื่อการนอนอยู่เฉยๆบนเตียงคนไข้เหลือเกิน อีกทั้งยังเกรงใจปกรณ์ที่คอยมาเฝ้า

                        “คุณเป็นอะไร” ปกรณ์นั่งมองดูท่าทีหงุดหงิดหรือเบื่อที่จะอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยม

                        “เปล่าครับ ผมแค่อยากออกจากโรงพยาบาลแล้ว” กวินทำท่าทางอ้อนปกรณ์ให้ไปขอคุณหมออกจากโรงพยาบาล
                        “ไม่ได้ คุณต้องหายดีก่อน” ปกรณ์พูดขึ้นพร้อมกับเอามือขึ้นมาลูบหัวของกวินแล้วยีหัวกวินเบา ๆ

                        “คุณอ่ะ ก็ผมเบื่อ อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ นิ” กวินพูดเสร็จจึงหันหลังให้ปกรณ์เพราะน้อยใจปกรณ์ไม่ยอมพาออกจากโรงพยาบาล

                        “งั้น เดี๋ยวออกไปสูดอากาศด้านนอกกันดีกว่านะ” ปกรณ์เดินไปข้างหน้ากวินพร้อมกับจับมือขึ้นมากุมไว้
            ปกรณ์เข็นกวินตรงไปทางสวนหย่อมของโรงพยาบาล  เพื่อออกไปสูดอากาศข้างนอก ทางด้านหน้าของโรงพยาบาลมีสวนหย่อมเล็กๆจัดอยู่ บรรยากาศด้านนอกมีทุ่งดอกทานลาเวนเดอร์บานสะพรั่งรับไอแดด   ท้องฟ้าใสตัดสลับกับตึกที่เรียงราย  ธรรมชาติด้านนอกสวยงามอย่างที่ไม่เคยเห็น บรรยากาศช่างเงียบสงบทำให้รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นสดชื่นขึ้นมาทันที่

                     “คุณเคยมาที่นี่หรอครับ ทำไมถึงรู้ว่ามีสวนดอกไม้สวยขนาดนี้” กวินหันหลังไปถามปกรณ์ด้วยความตื่นเต้นกับบรรยากาศ
                        “ครับ  ผมพาแม่มาบริจาคของช่วยเหลือที่นี่บ่อยๆ น่ะ” ขณะพูดปกรณ์ก็เดินวนมาด้านหน้ารถเข็นของกวินแล้วนั่งคุกเข่าลงตรงหน้า

                         “ดีจังเลยนะครับ”  กวินตอบแล้วอมยิ้มให้กับปกรณ์ที่กำลังจับมือของกวินมาลูบไล้บนหน้าของตัวเอง
 ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างมีความสุข


 Cr. สวยคม




บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 7 หายตัว

บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 7 หายตัว




บรึน  บรึน  บรึน  เสียงรถคันหรูสีดำได้วิ่งเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองลอนดอน
ปกรณ์ก้าวขาลงแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นเสียงจากห้องโถงใหญ่ดังขึ้น

“ไปไหนมาปกรณ์” พูดแล้วเดินลุกขึ้นมาหาปกรณ์ด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม เหมือนกำลังโกรธอยู่

“ไปทำธุระมาครับ”  พูดพลางให้จบๆไปแล้วจะเดินขึ้นไปที่ห้องนอนข้างบน
“เดี๋ยวก่อน!! นี้คืออะไร”   พร้อมกับยื่นรูปที่ปกรณ์กำลังสวมแหวนเพชรประจำตระกูลให้ผู้ชายอีกคน

“.......” ปกรณ์ไม่ได้ตอบโต้อะไร เอื้อมมือคว้ารูปมาดู แล้วก้มหน้าลง
“แก อย่ามาทำตระกูลฉันเสียชื่อเสียงนะ ” พูดด้วยน้ำเสียงที่โมโห พลางชี้นิ้วไปที่ปกรณ์  ด้วยอารมณ์โมโหของแม่ที่รุนแรงนั้น ปกรณ์ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร รีบวิ่งขึ้นไปยังห้องนอน

ปัง เสียงปิดประตูดังขึ้นที่ห้องของปกรณ์  เสียงประตูดังลงปกรณ์ค่อยๆนั่งลงพิงฝาประตูอยู่ น้ำใสๆเริ่มคลอไหลออกจากดวงตาสีน้ำตาลของชายหนุ่มผู้อ่อนไหวต่อความรู้สึกตัวเอง ในใจของเขาคิดวกวนอยู่แต่เดิมเรื่องแฟนก็รัก แต่แม่ก็ทิ้งไม่ได้

       “เฮ้อ ชีวิตทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย” ปกรณ์พูดอยู่คนเดียวในห้องนอนที่มีบรรยากาศเคว้งคว้างเหลือเกิน
แต่ในขณะนั้นคุณหญิงพจนีกับเดซี่พี่สาวของปกรณ์ได้วางแผนร่วมกันเพื่อจัดการกวิน ให้ห่างจากปกรณ์ โดยสั่งบอดิ้การ์ดไปจับตัวกวินไปขังไว้ วางแผนกันเสร็จสั่งให้บอดิ้การ์ดเริ่มทำงานทันที ใครทำดีมีรางวัลให้สมกับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับงาน   

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 6.00 น.
          บอดิ้การ์ดได้ตามซุ่มดูกวินที่หน้าคอนโดย่านกลางกรุงลอนดอน ทันใดนั้นกวินได้เดินลงมาจากคอนโดเพื่อรอขึ้นรถไปทำงาน บอดิ้การ์ดเห็นท่าทีเหมาะสมได้เดินย่องเข้าหาด้านหลังของกวิน แล้วนำเอาผ้าขาวที่เตรียมไว้ปิดที่จมูกกวินทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว ฤทธิ์ยานอนหลับได้ผลเร็วจริงๆ ยังไม่ถึงนาทีที่เอาผ้ามาประกบจมูกกวินก็หลับลงไปในที่สุด
            บอดิ้การ์ดลากตัวกวินขึ้นรถตู้ที่ติดฟิล์มทึบหนาออกยังนอกเมืองลอนดอน ตรงไปยังท่าเรือเพื่อจะข้ามฟากไปยังหมู่เกาะไอร์แลนด์แต่ไม่ได้สถานที่ท่องเที่ยวแต่อย่างไร พาไปหมู่เกาะร้างแถบแถวนั้น

             “ที่นี่ ที่ไหนกัน” กวินเริ่มรู้สึกตัว พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ มองไปทางเห็นแต่มหาสมุทรที่กว้างใหญ่
               “เดี๋ยวก็รู้” บอดี้การ์ดหนุ่มร่างใหญ่ตอบพลางเอามือมาบีบหน้ากวินไว้

               “พวกแกจะพาฉันไปไหน พาฉันกลับเดี๋ยวนี้” พูดเสร็จกวินได้ดิ้นทุรนทุรายพยายามแกะเชือกที่ผูกไว้แน่นอยู่ที่มือของตนและลัดรอบตัวเอาไว้ แต่กลับโดนบอดี้การ์ดซ้อมซ้ำมากกว่าเดิม เลือดได้ไหลกระซิบๆ ออกจากมุมปากของกวิน เจ็บปวดลวดร้าวไปทั่วตัว พอไปถึงหมู่เกาะร้างที่ไม่ค่อยมีผู้คนเข้ามาเที่ยวนักแต่ก็ยังมีชาวประมงเข้ามาหาอาหารอยู่บ้าง หลังจากที่กวินถูกซ้อมหนักได้สลบไปอีกครั้ง บอดี้การ์ดลากตัวออกมาจากเรือมามัดถ่วงน้ำเอาไว้ใต้สะพานเทียบท่าเรือ ชายร่างใหญ่จับหัวกวินกดลงที่น้ำพร้อมกับถ่ายภาพเก็บเป็นหลักฐานที่จะเอาไปแลกกับเงินรางวัลกับคุณหญิงพจนี

            เรือ แล่นออกจากเกาะร้างไป ยังคงเหลือแต่กวินที่นอนจ่มอยู่ท่าน้ำตรงนั้น
“ลุงๆ มาดูอะไรตรงนั้นสิ ผีหรอ” เด็กชายคนไทยชาวประมงออกเรือมากับลุงของตนเพื่อหาปลา แต่กับเห็นกวินถูกมัดอยู่ที่ท่าน้ำ

“ผีอะไรกันกลางวันแสกๆ  ไหนๆ ไปดูกัน” เด็กชายชาวประมงวิ่งนำหน้าลุงของตนไปยังท่าน้ำที่มีกวินนอนแช่อยู่

“นี่มันคนหนิ หน้าตาเหมือนคนไทยเราเลยเนอะ” ลุงชาวประมงพูดขึ้นพร้อมกับรีบแก้มัดให้กับกวิน 

“น่าสงสารเขาจังเลย” ลุงกับหลานชาวประมงรีบเอากวินขึ้นเรือไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อจะพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดย่านนั้น

           ลุงกับหลานได้พากวินมาถึงโรงพยาบาล แต่หมอที่โรงพยาบาลกับไม่มีใครอยู่ พยาบาลจึงทำเรื่องส่งตัวกวินเข้าไปยังโรงพยาบาลดังย่านกรุงลอนดอน

            ในขณะที่รถเข็นผู้ป่วยเข็นกวินเข้าไปรักษาตัวพักฟื้นที่โรงพยาบาลได้สวนทางกับปกรณ์ที่มาธุระที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ปกรณ์หันไปเห็นกวินบนเตียงผู้ป่วย

             “เขาเป็นอะไรมาครับ ” ถามด้วยน้ำเสียงสงสัยและตกใจกับสภาพของกวินที่อยู่ตรงหน้า
              “เขาโดนทำร้ายมาครับ ถูกจับถ่วงน้ำไว้ที่เกาะร้าง คุณรู้จักเขาหรอครับ” ลุงชาวประมงตอบพร้อมยกมือขึ้นมาแตะบ่าหลานชายของตน

 “เขาเป็นแฟนผมเอง” ทันทีที่ปกรณ์ตอบ  หลานชายทำหน้ามึนงง ผู้ชายกับผู้ชายรักกันได้หรอแทบยังยกนิ้วชี้ทั้งสองข้างมาเทียบเคียงกัน

                        “งั้นผมฝากด้วยนะครับ” ลุงกับหลานผู้ใจดีได้บอกลาแล้วกลับไปกับรถโรงพยาบาลที่มาส่งตัวกวิน
        
               ในช่วงพักฟื้นที่โรงพยาบาลปกรณ์คอยดูแลกวินโดยตลอดแทบจะไม่ห่างไปไหน  ปกรณ์ได้สั่งกับโรงพยาบาลไว้ห้ามให้ใครเข้าเยี่ยมกวินโดยเด็ดขาด เพราะกลัวคนมาปองร้ายกวินอีก ให้เข้ามาเพียงแต่หมอและพยาบาลเข้ามาตรวจดูอาการป่วยเพียงเท่านั้น

Cr. สวยคม
                





วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นวนิยาย เรื่องบัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 6 เป็นแฟนกันนะ



นวนิยาย เรื่องบัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 6  เป็นแฟนกันนะ





            ความสงสัยและความกลัวที่ลูกชายคนเดียวของตระกูล จะทำเรื่องเสียหาย ผู้เป็นแม่จึงคิดที่จะหาทางพิสูจน์ ว่าลูกชายของตนเองนั้นเป็นแบบไหนกันแน่ จากที่เป็นคุณหญิงใจดี คุณหญิงพจนีก็เริ่มที่จะร้ายขึ้นทุกวัน โดยได้สั่งให้คนงานที่บ้านตามสืบ และคอยติดตามปกรณ์อยู่ตลอดเวลา

                                        อืด อืด อืด อืด” 

             เสียงปลุกจากโทรศัพท์ที่ปกรณ์ได้ตั้งไว้ดังขึ้น เพื่อจะได้ลุกอาบน้ำแต่งตัวไปหากวิน เพราะปกรณ์นัดกับกวินว่าวันนี้จะพาไปเที่ยว ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของทั้งคู่พอดี เมื่อปกรณ์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบเดินลงมาจากบ้าน ซึ่งทุกครั้งปกรณ์จะทานอาหารเช้ากับที่บ้านก่อนค่อยออกไป แต่วันนี้ปกรณ์ต้องรีบไปรับกวินให้ทันเวลา
ปกรณ์ จะไปไหนลูกเสียงคุณหญิงพจนีร้องถามลูกชาย เพราะสงสัยว่าทำไมวันนี้ต้องออกไปข้างนอกแต่เช้า ทั้งๆ ก็เป็นวันหยุด
                                   ผม จะออกไปธุระข้างนอกนะครับ

ปกรณ์ตอบกลับคุณหญิงพร้อมกับรีบวิ่งไปที่ลานจอดรถ แล้วรีบขับออกไปจากบ้านทันที

คุณหญิงเมื่อเห็นท่าทางของลูกชายตัวเองดูแปลกๆ จึงได้สั่งบอดิ้การ์ด ขับรถตามออกไปสืบดู พร้อมกับสั่งให้ถ่ายภาพเก็บหลักฐานมาด้วย ด้วยความกลัวที่จะเป็นเหมือนคนอื่นว่า คุณหญิงพจนีก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะกังวลใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น กลัวลูกชายจะทำเรื่องนอกลู่นอกทาง คุณหญิงจึงทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะไม่ตนนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง

            ด้วยความรักที่ปกรณ์มีให้กวิน จึงยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รักกัน

                         ฮัลโหล ฮัลโหล วิน ผมใกล้ถึงคอนโดคุณแล้วนะ 

ปกรณ์โทรหากวินเพื่อที่จะให้กวินนั้นลงมารอข้างล่างของคอนโด   ทันใดนั้นรถคันหรูสีดำ ได้เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าคอนโดของกวิน

                                 “เอี๊ยดเชิญครับ ปกรณ์เชิญกวินขึ้นรถพลางเปิดประตูให้

                        “ขอบคุณนะครับ”  กวินก้าวขาขึ้นรถคันหรู ด้วยสีหน้า ท่าทางที่เขินอาย

                         “วันนี้คุณอยากไปไหนเป็นพิเศษไหมครับ”  ปกรณ์พูดพร้อมกับจับมือกวินขึ้นมากุมไว้ยังขาฝั่งซ้าย

                         “เออ ผมไม่เคยไปที่ไหน งั้นคุณเลือกเลย”  

                       “งั้นผมเลือกเองนะ” ปกรณ์พูดกับกวินพลางอมยิ้ม เหมือนมีแผนเตรียมมาแล้ว

            รถตรงดิ่งไปยังปราสาทวินเชอร์
 ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนโดยใช้เวลาขับรถมาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งคนอังกฤษมักจะกล่าวว่าปราสาทแห่งนี้เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
เมื่อมาถึงปราสาทวินเชอร์แล้ว ทั้งสองได้เดินลงรถจับมือมาด้วยกัน และเดินเข้าไปยังหน้าปราสาทที่มีลักษณะใหญ่ สวยงามทิวทัศน์รอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้เมืองหนาว

จู่ๆ....ปกรณ์ได้คุกเข่าลงต่อหน้ากวิน กวินได้กวาดสายตาไปรอบๆ เห็นผู้คนยืนจ้องมองอยู่เป็นจำนวนมาก

                               “คุณปกรณ์ทำอะไร ลุกขึ้นมา” พร้อมดึงตัวปกรณ์ให้ลุกขึ้น

                                     “เป็นแฟนกันนะ” 
พร้อมกับล้วงมือเข้าในกระเป๋าเสื้อ  แล้วเปิดกล่องแหวนขึ้น ยื่นไปข้างหน้ากวิน
                                       “........”    
กวินไม่ได้พูดตอบโต้อะไรมีแต่เอามือมาปิดปากตัวเองไว้ เพื่อปกปิดอาการเขินของตัวเองและในช่วงเวลานั้น  ผู้คนต่างจ้องมองกันใหญ่และได้ยกโทรศัพท์มือถือและกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ และหนึ่งในนั้นมีบอดี้การ์ดที่คุณพจนีนั้นส่งมาด้วย

                            “ตกลงไหมครับ” พร้อมกับจับมือกวินขึ้นมารอคำตอบตกลง

                             “ตกลงครับ” 
กวินพูดจบ ปกรณ์ได้เอาแหวนเพชรที่ตัวเองเตรียมมา สวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายให้กับกวินทันที


ทันใดนั้นชายแปลกหน้าสองคนก็เดินมาหาทั้งคู่...

Cr.สวยคม