นวนิยาย เรื่องบัลลัลก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 12 เข้าใจ
ปรณ์ตัดสินใจที่แก้ปัญหาทุกอย่างด้วยการพูดคุยและทำความเข้าใจกับครอบครัว
ถึงแม้ความรักที่ปกรณ์มี ให้กวินนั้นเป็นความรักที่หลายคนยากที่จะเข้าใจ
และหลายครอบครัวยากที่จะยอมรับ แม้กระทั่งครอบครัว ของปกรณ์เองที่ไม่อาจจะยอมรับได้
หากลูกชายนั้นจะต้องรักและแต่งงานกับผู้ชายด้วยกันเอง เพราะฐานะ และสถานภาพทางสังคมที่มีความแตกต่างกัน
ซึ่งปกรณ์เองไม่เคยมองถึงเรื่องที่ว่าครอบครัวตนเองนั้นเป็นหม่อมเจ้าแต่อย่างไร
เพราะปกรณ์มองว่าความรักคือการเข้าใจกันระหว่างคนสองคน ความรักเกิดจากดูแล เอาใส่
ไม่ใช่สถานภาพทางสังคมที่มีความแตกต่างกัน
“แม่ครับ
เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นผมรู้เรื่องหมดแล้วนะ
วันนี้ที่ผมบินกลับมาจากเมืองไทยผมแค่จะมาเล่ามาอธิบายเรื่องทั้งหมดให้แม่กับพ่อฟัง”
ปกรณ์พูดกับพ่อและแม่ด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและสั่นเครือพลางก้มลงกราบที่เท้าเพื่อที่จะขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นและปรับความเข้าใจกัน
“ปกรณ์ พ่อเข้าใจนะลูก ว่าความรักมันเป็นอย่างไร
พ่อก็เคยเป็นหนุ่มมาก่อน พ่ออยากให้หนูนะใจเย็นๆ พ่อไม่ได้กีดกั้นหรือห้ามอะไร
แต่พ่ออยากให้หนูมีเหตุผลมากกว่านี้”
พ่อของปกรณ์พูดปลอบลูกชายพลางยื่นมือลงไปลูบที่หัวแล้วก็ดึงลูกชายนั้นขึ้นมากอด
ทั้งคู่กอดกันพูดกันน้ำตาแห่งความเป็นพ่อกับลูกที่กลับมาเจอกันมันไหลล้นออกมา
“แม่ครับ ผมขอโทษนะ แต่ที่ผมทำไปทั้งหมดเพราะผมรักเขานะ”
ปกรณ์พูดกับแม่ทั้งน้ำตาพลางเข้ากอดแต่ด้วยความคิดถึง
“แม่ไม่ได้อยากทำนะลูก แต่ที่แม่ทำไปก็เพื่ออนาคตของหนูเอง แม่ก็ต้องขอโทษหนูด้วยนะที่ทำกับวินเขาเกินไป” คุณหญิงพจนีผู้เป็นแม่พูดกับลูกชายพร้อมกับเอามือเช็ดน้ำตาตัวเองเพราะรู้สึกผิดที่ได้กลั่นแกล้งกวินจนต้องได้หนีกลับเมืองไทย
“แม่ครับ พ่อครับ
ความรักที่ผมมีให้วินเป็นความรักที่ปกติเหมือนคนทั่วไปนะ
ถึงแม้นจะไม่ใช่ผู้ชายกับผู้หญิง แต่ความรักที่เรามีให้กันเป็นความรักที่มาจากใจ
เราพร้อมที่จะดูแลกัน พ่อกับแม่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะอายหรือนำเรื่องไม่ดีมาสู่วงตระกูลนะครับ
ผมรับรองได้” ปกรณ์พูดกับพ่อและแม่เพื่ออธิบายและปรับความเข้าใจเพราะในใจหวังว่าพ่อกับแม่จะเข้าใจและยอมให้ตนเองนั้นคบหากับกวินต่อ
“ปกรณ์ เครื่องเพชรที่แม่เอาไปฝากร้านเขาทำความสะอาดนะ
ที่มันหายแม่รู้แล้วนะว่ากวินไม่ได้ขโมย”
“จริงหรอครับแม่”
“จริงนะสิ ตำรวจพึ่งโทรมาแจ้งว่าจับคนร้ายได้แล้ว”
เมื่อปกรณ์ยอมกลับมาเพื่อปรับความเข้าใจกับครอบครัวที่อังกฤษ
เรื่องทุกอย่างก็เหมือนจะดีขึ้น
คุณหญิงพจนีก็รู้ความจริงว่าขโมยเครื่องเพชรไม่ใช่กวิน ส่วนท่านทูตก็จะให้ปกรณ์นั้นกลับไปรับกวินมาเรียนต่อที่นี่
เพื่อจะทำให้กวินนั้นได้เดินตามฝันของตนเองเพื่อเป็นการไถ่โทษที่ครอบได้ทำกับกวิน
“ปกรณ์พ่อกับแม่ ไม่ได้คิดอะไรแล้วนะหนูทำตามใจหนูเถอะ”
“จริงหรอครับพ่อ พ่อไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม” กวินร้องถามพ่อด้วยความดีใจ
“จริงนะสิ พ่อคุยกับแม่เค้าหมดแล้ว
ความรักมันไม่สามารถห้ามกันได้หรอก ความรักมันอยู่ที่คนสองคนต่างหาก ความรักไม่สามารถแบ่งชนชั้นวรรณะได้มันต้องเกิดจากความเข้าใจซึ่งกันและกัน”
ท่านทูตพูดกับกวินพลางยื่นมือเข้าไปตบที่ไหล่ของกวินเบาๆ
“แม่ก็เข้าใจละ ลูก หนูรีบไปบอกกวินเหอะ ว่าพ่อกับแม่จะกลับไปรับเขามาเรียนที่นี่เอง”
คุณหญิงพจนีพูดกับลูกชายพร้อมกับโผเข้ากอด
เมื่อเรื่องทุกอย่างเข้าใจกัน…
“ฮัลโหล วินพ่อกับแม่ผมท่านเข้าใจแล้วนะ
ท่านจะไปรับคุณมาเรียนที่นี่” ปกรณ์โทรบอกกวินด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ตัวเองนั้นจะได้คบกับกวินต่อ
“คุณอย่าปฏิเสธนะ” ปกรณ์พูดทิ้งท้ายก่อนที่จะวางสาย
2 วันต่อมา
เมื่อปกรณ์พร้อมกับพ่อและแม่เดินทางมาจากอังกฤษเพื่อที่จะมารับกวินไปเรียนและเพื่อจะมาขอโทษทางครอบครัวของกวินที่คุณหญิงพจนีนั้นได้กระทำด้วย
เมื่อถึงบ้านของกวิน
“สวัสดีครับท่าน สวัสดีครับคุณหญิง” กวินกล่าวทักทายพร้อมยกมือไหว้ท่านทูตและคุณหญิงที่เดินทางมาพบตนเองและครอบครัวถึงที่บ้าน
“สวัสดีจ๊ะ”
คุณหญิงตอบพร้อมยกมือขึ้นรับไหว้
“ฉันต้องขอโทษหนูและครอบครัวด้วยนะที่เข้าใจมาตลอดว่าหนูเป็นคนไม่ดี”
“ไม่เป็นไรครับ
ผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดท่านทั้งสองแต่อย่างใดครับ”
กวินพูดกับคุณหญิงด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับก้มหน้า
“งั้นหนูให้อภัยฉันได้ไหม” คุณหญิงพจนีถามพร้อมกับเดินเข้าไปหากวินก่อนที่โอบกอดแล้วร้องไห้
“ผมให้อภัยครับ” กวินติบพลางร้องไห้เอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา
เมื่อคุณหญิงพจนีพูดกับกวินเสร็จก็เดินไปหาพ่อกับแม่ของกวินเพื่อขอโทษ
“ฉันต้องขอโทษพ่อกับแม่ของกวินด้วยนะกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยนะ”
คุณหญิงพูดพร้อมกับยกมือขึ้น ไหว้ขอโทษพ่อกับแม่ของกวิน
“ไม่เป็นไรๆๆ ครับ/ค่ะ” พ่อกับแม่ของกวินรับลุกขึ้นจับมือคุณหญิงเพราะไม่อยากให้คุณหญิงนั้นไหว้ตนเอง
“เราทั้งเข้าใจดี…
พ่อกับแม่ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องห่วงลูก แต่เรื่องความรักมันห้ามกันไม่ได้”
เมื่อทุกคนพูดปรับความเข้าใจกันเสร็จปกรณ์และกวินก็ได้พาทั้งสองครอบครัวไปทานข้าวที่ร้านอาหารเหนือ
เพราะคุณหญิงกับท่านทูตบอกว่าอยากมาทานอาหารเหนือด้วย
……….ในขณะที่กวินพาทั้งสองครอบครัวมาทานข้าวก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ฮัลโหล วินได้ข่าวว่ามึงจะกลับมาเรียนที่อังกฤษใช่ไหม
กูดีใจด้วยนะ เราจะได้มาอยู่ด้วยกันอีก”
ก้องภพเพื่อสนิทของกวินโทรมาถามข่าว
เพราะก้องภพได้ข่าวจากลิสาเพื่อนสนิทของปกรณ์ที่เป็นคนบอกว่าปกรณ์และกวินจะกลับไปต่างประเทศ
“ก็คงอย่างงั้นแหละ กูก็อยากทำตามความฝันของกู
แต่กูคงจบช้ากว่ามึงว่ะ” กวินตอบปกรณ์ด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงพร้อมกับหัวเราะ
“เออ มึงงั้นกูทานข้าวก่อนนะ
กูพาครอบครัวคุณปกรณ์มาทานข้าว” กวินตอบก้องภพก่อนที่จะวางสาย
…………..
ในที่สุดความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กันก็เป็นบทพิสูจน์ว่า
ความแตกต่างทางสังคมนั้นไม่ใช่ปัญหาหรืออุปสรรคที่จะทำให้ทั้งสองนั้นต้องพรากจากกัน
ขอเพียงแค่ความรักนั้นเกิดจากความเข้าใจทั้งสองฝ่ายก็เพียงพอแล้ว
Cr.สวยคม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น