วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 7 หายตัว

บัลลังก์รักป่าเถื่อน ตอนที่ 7 หายตัว




บรึน  บรึน  บรึน  เสียงรถคันหรูสีดำได้วิ่งเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ใจกลางเมืองลอนดอน
ปกรณ์ก้าวขาลงแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นเสียงจากห้องโถงใหญ่ดังขึ้น

“ไปไหนมาปกรณ์” พูดแล้วเดินลุกขึ้นมาหาปกรณ์ด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม เหมือนกำลังโกรธอยู่

“ไปทำธุระมาครับ”  พูดพลางให้จบๆไปแล้วจะเดินขึ้นไปที่ห้องนอนข้างบน
“เดี๋ยวก่อน!! นี้คืออะไร”   พร้อมกับยื่นรูปที่ปกรณ์กำลังสวมแหวนเพชรประจำตระกูลให้ผู้ชายอีกคน

“.......” ปกรณ์ไม่ได้ตอบโต้อะไร เอื้อมมือคว้ารูปมาดู แล้วก้มหน้าลง
“แก อย่ามาทำตระกูลฉันเสียชื่อเสียงนะ ” พูดด้วยน้ำเสียงที่โมโห พลางชี้นิ้วไปที่ปกรณ์  ด้วยอารมณ์โมโหของแม่ที่รุนแรงนั้น ปกรณ์ก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร รีบวิ่งขึ้นไปยังห้องนอน

ปัง เสียงปิดประตูดังขึ้นที่ห้องของปกรณ์  เสียงประตูดังลงปกรณ์ค่อยๆนั่งลงพิงฝาประตูอยู่ น้ำใสๆเริ่มคลอไหลออกจากดวงตาสีน้ำตาลของชายหนุ่มผู้อ่อนไหวต่อความรู้สึกตัวเอง ในใจของเขาคิดวกวนอยู่แต่เดิมเรื่องแฟนก็รัก แต่แม่ก็ทิ้งไม่ได้

       “เฮ้อ ชีวิตทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย” ปกรณ์พูดอยู่คนเดียวในห้องนอนที่มีบรรยากาศเคว้งคว้างเหลือเกิน
แต่ในขณะนั้นคุณหญิงพจนีกับเดซี่พี่สาวของปกรณ์ได้วางแผนร่วมกันเพื่อจัดการกวิน ให้ห่างจากปกรณ์ โดยสั่งบอดิ้การ์ดไปจับตัวกวินไปขังไว้ วางแผนกันเสร็จสั่งให้บอดิ้การ์ดเริ่มทำงานทันที ใครทำดีมีรางวัลให้สมกับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับงาน   

เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 6.00 น.
          บอดิ้การ์ดได้ตามซุ่มดูกวินที่หน้าคอนโดย่านกลางกรุงลอนดอน ทันใดนั้นกวินได้เดินลงมาจากคอนโดเพื่อรอขึ้นรถไปทำงาน บอดิ้การ์ดเห็นท่าทีเหมาะสมได้เดินย่องเข้าหาด้านหลังของกวิน แล้วนำเอาผ้าขาวที่เตรียมไว้ปิดที่จมูกกวินทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว ฤทธิ์ยานอนหลับได้ผลเร็วจริงๆ ยังไม่ถึงนาทีที่เอาผ้ามาประกบจมูกกวินก็หลับลงไปในที่สุด
            บอดิ้การ์ดลากตัวกวินขึ้นรถตู้ที่ติดฟิล์มทึบหนาออกยังนอกเมืองลอนดอน ตรงไปยังท่าเรือเพื่อจะข้ามฟากไปยังหมู่เกาะไอร์แลนด์แต่ไม่ได้สถานที่ท่องเที่ยวแต่อย่างไร พาไปหมู่เกาะร้างแถบแถวนั้น

             “ที่นี่ ที่ไหนกัน” กวินเริ่มรู้สึกตัว พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ มองไปทางเห็นแต่มหาสมุทรที่กว้างใหญ่
               “เดี๋ยวก็รู้” บอดี้การ์ดหนุ่มร่างใหญ่ตอบพลางเอามือมาบีบหน้ากวินไว้

               “พวกแกจะพาฉันไปไหน พาฉันกลับเดี๋ยวนี้” พูดเสร็จกวินได้ดิ้นทุรนทุรายพยายามแกะเชือกที่ผูกไว้แน่นอยู่ที่มือของตนและลัดรอบตัวเอาไว้ แต่กลับโดนบอดี้การ์ดซ้อมซ้ำมากกว่าเดิม เลือดได้ไหลกระซิบๆ ออกจากมุมปากของกวิน เจ็บปวดลวดร้าวไปทั่วตัว พอไปถึงหมู่เกาะร้างที่ไม่ค่อยมีผู้คนเข้ามาเที่ยวนักแต่ก็ยังมีชาวประมงเข้ามาหาอาหารอยู่บ้าง หลังจากที่กวินถูกซ้อมหนักได้สลบไปอีกครั้ง บอดี้การ์ดลากตัวออกมาจากเรือมามัดถ่วงน้ำเอาไว้ใต้สะพานเทียบท่าเรือ ชายร่างใหญ่จับหัวกวินกดลงที่น้ำพร้อมกับถ่ายภาพเก็บเป็นหลักฐานที่จะเอาไปแลกกับเงินรางวัลกับคุณหญิงพจนี

            เรือ แล่นออกจากเกาะร้างไป ยังคงเหลือแต่กวินที่นอนจ่มอยู่ท่าน้ำตรงนั้น
“ลุงๆ มาดูอะไรตรงนั้นสิ ผีหรอ” เด็กชายคนไทยชาวประมงออกเรือมากับลุงของตนเพื่อหาปลา แต่กับเห็นกวินถูกมัดอยู่ที่ท่าน้ำ

“ผีอะไรกันกลางวันแสกๆ  ไหนๆ ไปดูกัน” เด็กชายชาวประมงวิ่งนำหน้าลุงของตนไปยังท่าน้ำที่มีกวินนอนแช่อยู่

“นี่มันคนหนิ หน้าตาเหมือนคนไทยเราเลยเนอะ” ลุงชาวประมงพูดขึ้นพร้อมกับรีบแก้มัดให้กับกวิน 

“น่าสงสารเขาจังเลย” ลุงกับหลานชาวประมงรีบเอากวินขึ้นเรือไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อจะพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดย่านนั้น

           ลุงกับหลานได้พากวินมาถึงโรงพยาบาล แต่หมอที่โรงพยาบาลกับไม่มีใครอยู่ พยาบาลจึงทำเรื่องส่งตัวกวินเข้าไปยังโรงพยาบาลดังย่านกรุงลอนดอน

            ในขณะที่รถเข็นผู้ป่วยเข็นกวินเข้าไปรักษาตัวพักฟื้นที่โรงพยาบาลได้สวนทางกับปกรณ์ที่มาธุระที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ปกรณ์หันไปเห็นกวินบนเตียงผู้ป่วย

             “เขาเป็นอะไรมาครับ ” ถามด้วยน้ำเสียงสงสัยและตกใจกับสภาพของกวินที่อยู่ตรงหน้า
              “เขาโดนทำร้ายมาครับ ถูกจับถ่วงน้ำไว้ที่เกาะร้าง คุณรู้จักเขาหรอครับ” ลุงชาวประมงตอบพร้อมยกมือขึ้นมาแตะบ่าหลานชายของตน

 “เขาเป็นแฟนผมเอง” ทันทีที่ปกรณ์ตอบ  หลานชายทำหน้ามึนงง ผู้ชายกับผู้ชายรักกันได้หรอแทบยังยกนิ้วชี้ทั้งสองข้างมาเทียบเคียงกัน

                        “งั้นผมฝากด้วยนะครับ” ลุงกับหลานผู้ใจดีได้บอกลาแล้วกลับไปกับรถโรงพยาบาลที่มาส่งตัวกวิน
        
               ในช่วงพักฟื้นที่โรงพยาบาลปกรณ์คอยดูแลกวินโดยตลอดแทบจะไม่ห่างไปไหน  ปกรณ์ได้สั่งกับโรงพยาบาลไว้ห้ามให้ใครเข้าเยี่ยมกวินโดยเด็ดขาด เพราะกลัวคนมาปองร้ายกวินอีก ให้เข้ามาเพียงแต่หมอและพยาบาลเข้ามาตรวจดูอาการป่วยเพียงเท่านั้น

Cr. สวยคม
                





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น